แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวิอ215 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวิอ215 แสดงบทความทั้งหมด

23/07/2568

การเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ: กรณีศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยที่ไม่ได้รับหมายนัด



ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยส่งหมายแจ้งวันนัดให้จำเลยทางไปรษณีย์ตอบรับ ปรากฏว่าไม่สามารถส่งให้แก่จำเลยได้เพราะจำเลยย้ายไม่ทราบที่อยู่ใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ศาลกับรายงานว่าส่งใหม่นัดฟังคำพิพากษาให้แก่จำเลยได้ทางไปรษณีย์ตอบรับ เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยและต่อมาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลย การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยที่ยังไม่สามารถส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทราบโดยชอบเป็นการดำเนินการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสาม คู่ความฝ่ายที่เสียหายย่อมยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องให้ศาลสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นหรือสั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง


ภายหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ปรากฏว่าได้มีการยื่นใบแต่ง ป. เป็นทนายความจำเลยต่อศาลชั้นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่งานเก็บสำนวนลงรับในวันเดียวกัน โดยไม่ปรากฏว่า ป. ขอตรวจสำนวนหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆในคดีนี้ ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ป. ทราบว่ามีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังโดยมิชอบ อันจะถือว่า ป. ได้ทราบถึงการพิจารณาที่ผิดระเบียบ เช่นนี้ถือไม่ได้ว่า ป.  จำเลยทราบถึงการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น


ภายหลังจากจำเลยถูกจับ จำเลยแต่งตั้ง ว. เป็นทนายความ ว. ตรวจดูสำนวนพบการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในวันเดียวกัน ถือว่าจำเลยรู้ถึงข้อค้านเรื่องผิดระเบียบและยกขึ้นกล่าวไม่ช้ากว่า 8 วันนับแต่จำเลยได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นแล้ว ทั้งม่ปรากฏว่าระหว่างนั้นจำเลยได้ดำเนินการอันใดขึ้นใหม่หลังจากที่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบ กรณีมีเหตุเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15


 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2567


07/07/2568

หลักฐานไม่แน่น ศาลยกฟ้องทั้งคดียิงและคดีปืน เพราะข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกัน



พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์เป็นที่สงสัยว่าจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายหรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (1) และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง (2) แม้ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2567