แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวิอ185 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปวิอ185 แสดงบทความทั้งหมด

18/08/2568

สารภาพ ใช่ว่าผิดเสมอไป ศาลฎีกายกฟ้องได้ แม้จำเลยรับสารภาพ



แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลยเสมอไป เพราะในคดีอาญาไม่ว่าจำเลยจะให้การเช่นใด เป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาให้ได้ความว่า จำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176


ปัญหาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้อง แม้ไม่ได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกวินิจฉัยแล้วยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง และมาตรา 195 วรรคสอง


 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2567


15/07/2568

อำนาจศาลอุทธรณ์: วินิจฉัยข้อกฎหมายในคดีอาญา (แม้คดีมีมูลจะเด็ดขาด)



โจทก์เป็นราษฎรฟ้องจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม และรับของโจร ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหารับของโจร ให้ประทับรับฟ้องในข้อหารับของโจร ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 170 บัญญัติให้คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด จึงไม่อาจอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งนั้นได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมายในความผิดฐานรับของโจรได้เพราะความผิดฐานและความจนตามฟ้องจะต้องเกิดขึ้นภายหลังการกระทำผิดฐานลักทรัพย์แล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามทางไต่สวนมูลฟ้องไม่เป็นความผิดศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นในวินิจฉัยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง มาตรา 195 วรรคสอง ไม่เป็นการขัดต่อมาตรา 170 และไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2567


07/07/2568

หลักฐานไม่แน่น ศาลยกฟ้องทั้งคดียิงและคดีปืน เพราะข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกัน



พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์เป็นที่สงสัยว่าจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายหรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกันมีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต (1) และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง (2) แม้ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 482/2567